Month: August 2018

Home / Month: August 2018

แตงโม

07/08/2018 | Uncategorized | No Comments

ผลการศึกษาจาก American Journal of Hypertension พบว่า สารสกัดจากแตงโมมีส่วนช่วยลดระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน รวมไปถึงผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระดับ 1 ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้แตงโมก็เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนอยู่สูง รวมไปถึงยังเป็นผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมและวิตามินซีในระดับที่ส่งผลต่อความดันโลหิตของเราได้ด้วย

อะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดโอเลอิก ซึ่งเป็นกรดที่ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ในอะโวคาโดยังมีโพแทสเซียม โฟเลต วิตามินซี และไฟเบอร์ สารอาหารที่ดีต่อหัวใจและระบบหมุนเวียนเลือด ที่สำคัญคือ มีกรดไขมันชนิดดีที่จะช่วยลดระดับไขมันชนิดเลวหรือคอเลสเตอรอลในเลือดได้ จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้การไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างสะดวก ร่างกายก็จะควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้นนั่นเอง

นอกจากรสชาติเปรี้ยวอมหวานของส้มแล้ว ส้มยังเป็นผลไม้ไฟเบอร์สูง วิตามินซีก็มีมาก ส้มจึงเป็นผลไม้ลดความดันอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะหากินง่าย มีแทบจะทุกฤดูกาล ที่สำคัญส้มยังเป็นผลไม้รสอร่อยที่ดัดแปลงไปเป็นอาหารอย่างอื่นได้หลากหลายชนิดด้วยนะคะ

ผลไม้เนื้อสีเหลืองอย่างแอปริคอตอาจหากินเป็นผลสดได้ยากในบ้านเรา แต่ถึงอย่างนั้นในซูเปอร์มารเก็ตก็ยังมีแอปริคอตอบแห้งให้เลือกซื้อมารับประทานอย่างไม่ยากลำบากนัก และหากคุณชอบรสชาติของผลไม้ชนิดนี้ ก็จะยิ่งดีต่อระดับความดันโลหิตมาก ๆ เพราะ แอปริคอตเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้าเคโรทีน และสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างไฟเบอร์ เป็นต้น ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่ดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้สมดุลได้ ยังไงถ้ามีโอกาสก็ลองกินแอปริคอตลดความดันกันบ้างก็ดีนะคะ

มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่างโพแทสเซียม โดยมะม่วง 100 กรัม มีโพแทสเซียมประมาณ 186 มิลลิกรัม เลยล่ะค่ะ ที่สำคัญมะม่วงยังเป็นผลไม้เนื้อสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Hypertension Research เผยว่า การรับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตได้อีกด้วย

ผลไม้ช่วยลดความดันโลหิตได้ ต้องจัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุโพแทสเซียม หรือผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงนั่นเอง และกล้วยก็เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงเป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะค่ะ โดยพบว่านอกจากล้วยจะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมแล้ว กล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีโซเดียมต่ำ ดังนั้นกล้วยจึงช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

สังกะสีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน และจากการศึกษายังพบด้วยว่า สารต้านอนุมูลอิสระในสังกะสีมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาที่มีอาการอยู่แล้ว ให้เกิดความเสื่อมช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสี ได้แก่ หอยนางรม ตับ และเนื้อสัตว์

ลูทีนและซีแซนทีนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตาและเลนส์ตา ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย โดยวิตามินทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และจากการศึกษายังพบด้วยว่า ลูทีนและซีแซนทีนมีส่วนช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งสามารถหาลูทีนและซีแซนทีนได้จากผัก-ผลไม้ที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลือง เช่น ผักคะน้า ปวยเล้ง ผักโขม บรอกโคลี ข้าวโพด และพบได้ในไข่แดง เป็นต้น

สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามิน A ดังนั้นนอกจากจะมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระแล้ว เบต้าแคโรทีนยังช่วยในการมองเห็นในที่มืดเช่นเดียวกับคุณสมบัติของวิตามิน A โดยเราสามารถรับเบต้าแคโรทีนได้จากแครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง เป็นต้น

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดด และยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินอีมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจกได้ โดยแหล่งอาหารที่พบวิตามินอีอยู่มากก็ได้แก่ ข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง งา ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ น้ำมันพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด และถั่วเหลือง เป็นต้น

Skip to toolbar